ขั้นตอนการเดินไพ่สลาฟ

“ไพ่สลาฟ” เริ่มต้นตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่ ยุคกลาง ในสมัยศักดินา ซึ่งมีสงครามเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้ที่ชนะสงครามจะได้เป็นราชา ในขณะที่ ผู้แพ้ต้องกลายเป็นทาส ที่เรียกกันว่า “สลาฟ” ตามความเชื่อที่เล่าสืบต่อกันมาเป็นทอดๆว่ากันว่าผู้คิดค้นการเล่นไพ่เป็นชาวยิปซี ซึ่งการเริ่มต้น ในยุคแรกๆก็ใช้ ไพ่ทารอท ซึ่งเป็นต้นแบบของ ไพ่ป็อก ในปัจจุบัน ในการเล่น ไพ่แต่ละใบก็คือกองทหาร ส่วนการลงไพ่ก็คือการทำสงครามนั่นเองอ้างอิงจากการทำสงครามจริงในการเล่น

“สลาฟ” หากแปลตรงๆตัว หมายความว่า “ทาส” ต่างประเทศมักรู้จักกันในชื่อของ ไพ่เพรซิเดนต์ , แอสส์โฮล หรืออาร์สโฮล  เป็นเกมไพ่ชนิดหนึ่ง ที่ต้องมีผู้เล่น 3 คนขึ้นไปหลักการเล่นโดยทั่วไปแล้ว พยายามที่จะทิ้งไพ่ที่ถือในมือให้หมด กติกาในการเล่นไพ่สลาฟไม่ซับซ้อนจึงทำให้เป็นที่นิยมของนักพนันในบ่อนคาสิโน โดยเฉพาะนักพนันรายใหม่ๆที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการเล่นจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้จากการเล่นไพ่ที่มีรูปแบบการเล่นและกติกาไม่ซับซ้อนยากที่จะทำความเข้าใจ ตามหลักการโดยทั้วไปการเล่นไพ่สลาฟไพ่หมายเลข 3 ดอกจิก จะเป็นไพ่ที่มีค่าต่ำสุด ในขณะที่ไพ่ 2 โพดำ จะมีค่าสูงสุด สลับกัน โดยการเล่นจะผลัดการวางไพ่คนละใบตรงกลางวง โดยให้คนที่มีแต้มสูงและมั่นใจว่าสูงกว่าไพ่ในกอง ให้เริ่มต้นใหม่โดยผู้ลงคนสุดท้ายจะเป็นคนเริ่มต้น โดยผู้ที่ทิ้งไพ่ได้หมดก่อนจะได้เป็นคิง และผู้ที่ไม่สามารถทิ้งไพ่ได้หมดคนสุดท้ายจะถูกเรียกเป็นสลาฟนั้นเอง

การเล่นไพ่สลาฟจะต้องประกอบด้วย  อุปกรณ์ ไพ่ หนึ่งสำรับ ผู้เล่น 2-8 คน ระยะเวลาที่ใช้ในการเล่น  10-20 นาที ต่อเกม ต้องอาศัยทักษะ, ดวง,การตัดสินใจ,การวางแผนในการเล่นซึ่งเป็นองค์ประกอบโดยรวมที่ผู้เล่นจำเป็นต้องมี

ขั้นตอนการเล่นสลาฟ

–          ในตาแรกผู้เล่นจะมีสถานะเดียวกันโดยได้รับการแจกไพ่เท่ากันทั้งหมดโดยแจกวนผู้เล่นแต่ละคนทีละใบจนหมด

–          ผู้เล่นที่มี สามดอกจิก มีค่าต่ำสุดจะได้วางไพ่เป็นคนแรก การวางไพ่ แบ่งเป็น เดี่ยว คู่ ตอง และ สี่ใบ

–          ผู้เล่นคนถัดไป เรียงตามทิศที่แจกไพ่ ต้องตัดสินใจว่าจะ สู้ หรือไม่

–          การ สู้ คือลงไพ่ที่มีแต้มเหนือกว่าของผู้เล่นคนก่อนหน้า โดยต้องเป็นชนิดเดียวกัน ยกเว้นการตบ หรือตองนั้นเองเช่นถ้าคนแรกลง คู่ ก็ต้องสู้ด้วย คู่ที่เหนือกว่า

–          แต้มที่เหนือกว่า ตัวเลขเรียงจากต่ำไปสูงดังนี้ 3  4 5 6 7 8 9 10 J Q K A 2

–          ดอกไพ่เรียงจากต่ำไปสูงดังนี้ ดอกจิก ข้าวหลามตัด โพแดง โพดำ

–           การ ตบ การสู้ด้วยไพ่คนละชนิดซึ่งต้องเป็นชนิดเดียวกันด้วย เช่น ไพ่ชุดตอง สามมารถ สู้ไพ่ชุดเดี่ยวได้ทุกใบ และไพ่ชุดสี่ใบเหมือน สามารถ สู้ไพ่ชุดคู่ได้ทุกใบ  แต่หากกรณีที่ผู้เล่นตัดสินใจ ไม่สู้ ให้พูดว่า ผ่าน  จึงจะข้ามผู้เล่นคนนั้นในรอบนั้นผู้เล่นคนที่ผ่านจะไม่สามารถลงไพ่ได้จนกว่า จะมีการเริ่มลงไพ่ชุดใหม่

–          เมื่อผู้เล่นทุกคน พูดว่า ผ่านกันหมด ผู้ที่ลงไพ่คนสุดท้าย จะได้เริ่มลงไพ่ชุดใหม่

–          เมื่อผู้เล่นคนใดก็ตาม ลงไพ่จนหมดมือแล้ว ให้ถือว่าเป็นผู้ชนะคนแรก เรียงตามลำดับไปเรื่อย จนถึง คนสุดท้ายที่ไพ่หมดมือ

–          ผู้เล่นคนแรกที่ไพ่หมดมือ จะได้เป็น คิง หรือที่เรียกกันว่าราชา

–          ผู้เล่นคนที่สองที่ไพ่หมดมือ จะได้เป็น ควีน หรือที่เรียกกันว่า ราชินี

–          ผู้เล่นคนรองสุดท้ายที่ไพ่หมดมือ จะได้เป็น รองสลาฟ หรือที่เรียกกันว่า เมียทาส

–          ผู้เล่นคนสุดท้ายที่ไพ่หมดมือ จะได้เป็น สลาฟ หรือที่เรียกกันว่าทาส

–          ผู้เล่นคนอื่นๆ จะได้เป็น พีเพิล ต่อไป

–          ในตาถัดไป ให้ สลาฟเป็นคน ทำไพ่ และ แจกไพ่เพราะถือว่าแพ้ในเกม

นอกจากนี้ในการเล่นเริ่มเกมไพ่สลาฟ ต้องให้ไพ่ที่มีแต้มสูงสุด สองใบ แลกคิง กับไพ่ใบใดก็ได้ของคิงแล้วแต่ผู้เล่นที่ถือไพ่คิงจะตัดสินใจแลก สองใบ  ในส่วนของรองสลาฟต้องให้ไพ่ที่มีแต้มสูงสุดหนึ่งใบ ให้แลกกับควีนใบใดก็ได้แล้วแต่ควีนจะตัดสินใจแลก หากถัดจากตาแรกที่ไม่มีสลาฟจะได้เริ่มเล่นก่อนเสมอเมื่อใดก็ตาม ที่คิงไม่สามารถ รักษาตำแหน่งตัวเอาไว้ได้ คิงจะต้องตกไปเป็นสลาฟในตาต่อไปทันที ตำแหน่งอื่นๆจะได้เลื่อนขึ้นตามลำดับในรอบนั้นๆ หมุนไปแบบนี้เรื่อยๆเป็นรูปแบบการเล่นไพ่สลาฟ และคนที่มาขอเล่นระหว่างที่กำลังเล่นอยู่ จะต้องเป็นสลาฟ เว้นแต่ว่า คิงถูกล้มในตานั้น ผู้เล่นใหม่จะได้เป็น รองสลาฟคนถัดไป

 

Leave a Response